การเตรียมตัวท่องเที่ยวสิงคโปร์
ทัวร์สิงคโปร์ ท่องเที่ยวสิงคโปร์ : การเตรียมตัว ท่องเที่ยวสิงคโปร์
การเตรียมตัว ท่องเที่ยวสิงคโปร์
ประวัติ ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรมลายูซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศไทย มีพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดภูเก็ต จากในอดีตสิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งปี ค.ศ.1819 เซอร์ โธมัส แสตมฟอร์ด บิงส์เลย์ ราฟเฟิล ซึ่งเป็นนักสำรวจชาวอังกฤษ ได้เข้าไปบุกเบิก และพัฒนาสิงคโปร์จนกระทั่งกลายเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในโลก
สิงคโปร์มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในภูมิภาคนี้ด้วย ประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ2 ของโลก ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน นอกจากนั้นยังมีชาวมาเลย์, ชาวอินเดีย และชาวตะวันตก จึงทำให้สิงคโปร์มีประเพณี และวัฒนาธรรมของหลากหลายเชื้อชาติผสมกลมกลืนกัน และยังก่อให้เกินสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งชุมชนของเชื้อชาติต่างๆ อาทิเช่น ชุมชนชาวจีนเรียกว่า China Town ย่านคนมาเลย์ เรียกว่า Kampong Glam ย่านคนเชื้อสายอินเดียLittle India ย่านแขกอาหรับ Arab Street หรือ Holland Village เป็นต้น
ปัจจุบัน สิงคโปร์ได้พัฒนาเศรษฐกิจของตนเองไปอย่างรวดเร็ว และเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "เสือแห่งเอเชีย" โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างเดียวคือ ประชาชนชาวสิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์จึงมุ่งเน้นให้ประชาชนทำธุรกิจการค้า โดยเป็นคนกลางนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปขายอีกประเทศหนึ่ง รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้าไปในสิงคโปร์กันอย่างไม่ขาดสาย
ภูมิอากาศ
สิงคโปร์อยู่ในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเส้นศูนย์สูตร จะมีลักษณะอากาศคล้าย ๆ กับภาคใต้ของบ้านเรา อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 23 องศาเซลเซียส ภาคกลางและภาคตะวันตกเป็นเนินเขา ซึ่งเนินเขาทางภาคกลางเป็นเนินเขาที่สูงที่สุดของประเทศ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญๆ ของสิงคโปร์ และภาคตะวันออกเป็นที่ราบต่ำ ชายฝั่งทะเลมักจะต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ต้องมีการถมทะเลเพื่อนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์และก่อสร้างสิ่งต่างๆ รวมทั้งสนามบินนานาชาติชางฮี
ฤดูกาล สิงคโปร์มี 2 ฤดูคือ
- ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตุลาคม
- ฤดูฝน จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน มกราคม
ภาษาราชการ
สิงคโปร์จะใช้ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษามาเลย์ และทมิฬ
เวลา
เวลาที่สิงคโปร์จะเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง (UTC+8) เมื่อไปถึงสิงคโปร์แล้วอย่าลืมปรับนาฬิกาให้ถูกต้องด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดทุกนัดหมายค่ะ
อัตราแลกเปลี่ยน
สิงคโปร์นั้นใช้เงินที่เรียกว่า "ดอลล่าร์สิงคโปร์" (S$) ซึ่งจะมีตั้งแต่ S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000 ไปจนถึง S$10,000 ส่วนหน่วยย่อยลงไปนั้นก็เรียกว่า "เซนต์" (Cent) ก็จะมีตั้งแต่ 1,5,10,20,50เซ็นต์ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสิงคโปร์กับเงินบาทบ้านเราโดยประมาณจะอยู่ที่ 1S$ = 24 Baht
การแลกเงินควรแลกเงินให้เรียบร้อยตามธนาคารต่างๆ หรือที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่าลืมขอธนบัตรย่อยติดไปสักหน่อยเพื่อความสะดวกสบายในการใช้จ่ายนะคะ หากท่านใดมีบัตรเครดิตก็ติดไปด้วยก็จะดีเผื่อฉุกเฉินค่ะ แต่ถ้าเป็นบัตรATM ของไทยนำไปกดเงินที่สิงคโปร์ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย ไม่ค่อยแนะนำค่ะ
อาหาร - น้ำดื่ม - ไฟ - ปลั๊กไฟ
สำหรับคนที่ชอบรสหวาน แนะนำให้ติดน้ำตาลไปด้วยค่ะ เนื่องจากเครื่องปรุงของที่นี่ไม่มีน้ำตาลและน้ำปลา แต่จะใช้ซีอิ๊วแทน ซีอิ๊วพริกของที่นั่นเผ็ดมากๆ แต่พริกป่นใส่ยังไงก็ไม่เผ็ดค่ะ ส่วนน้ำส้มที่นี่ก็ไม่มีนะคะ มีแต่พริกดองเปรี้ยวๆ อย่างเดียว พริกป่นก็เป็นบางร้านที่มี ส่วนใหญ่จะมีพริกที่คล้ายๆ น้ำพริกเผาบ้านเรา แต่สีจะแดงกว่า รสชาติก็ออกแนวเผ็ดๆเปรี้ยวๆ ก็แก้เลี่ยนสำหรับอาหารบางอย่างได้เหมือนกันค่ะ
น้ำประปาในสิงคโปร์สามารถดื่มได้ นักท่องเที่ยวควรจะพกขวดน้ำดื่มไว้คนละ 1 ขวด หากหมดก็สามารถหาเติมให้ตามจุดให้บริการต่างๆ ได้ฟรี ไม่ต้องเสียงสตางค์แพงๆ กับน้ำดื่มเป็นขวดตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ประมาณขวดละ S$1.50 เหรียญ แต่หากต้องการซื้อน้ำขวดทานจริงๆ แนะนำให้ไปซื้อตาม Supermarket ใหญ่ๆ ก็จะได้ราคาที่ถูกลงค่ะ
ระบบกระแสไฟฟ้าที่สิงคโปร์จะใช้เหมือนบ้านเรา คือ 220-240 โวลต์ แต่ว่าเต้าเสียบปลั๊กไฟของที่สิงคโปร์จะแตกต่างจากของบ้านเรา จะมีลักษณะเป็น 3 ขาแบบเหลี่ยม เพราะฉะนั้นอย่าลืมหาซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย และจะให้ดีอย่าลืมรางสามตาด้วย เพื่อเราจะได้ทำการชาร์ตอุปกรณ์ต่างๆ ได้พร้อมๆ กันในคราวเดียว ลองหาซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟแบบในรูปด้านล่างไว้ซักชิ้นก็ดีนะค่ะ ไปประเทศไหนหัวปลั๊กเป็นแบบใดก็สามารถเสียบได้หมด

ดูรายละเอียดปลั๊กไฟในสิงคโปร์เพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะhttp://www.singaporefanclub.com/index.php?topic=468.0
สายการบิน
ตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ก็มีหลายสายการบินค่ะ ทั้งแพงแสนแพง เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย หรือถูกแสนถูกก็มี ใช้เวลาบินเพียงสองชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วค่ะ
ระเบียบการเข้าเมือง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือ Passport ประเทศไทยหากไม่เกิน 30 วัน ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าไปเที่ยวใน Singapore มีเพียง Passport ก็สามารถไปเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว และอย่าลืมตรวจสอบหนังสือเดินทางด้วย ซึ่งจะต้องมีอายุคงเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันที่เราจะเดินทางด้วยค่ะ
หากต้องการอยู่ในสิงค์โปร์มากกว่า 30 วัน สามารถขอวีซ่าได้ที่
สถานเอกอัครราชฑูตสิงค์โปร์ ประจำประเทศไทย
เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08:30 - 12:00 และ 13:00 - 16:30 น.
อาคารรัจนาการ ชั้น 9 เลขที่ 183 ถนนสาทรใต้ เขตยานาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ : 0 2286 2111, 0 2286 1434
e-mail : singemb@pacific.net.th
สถานฑูตไทยในสิงค์โปร์
เลขที่ 370 ถนนออร์ชาร์ต สิงค์โปร์
โทรศัพท์ : (65) 6737 2644, 27373276-6
การกรอกเอกสารตรวจคนเข้าเมือง
สามารถขอเอกสารนี้ได้จากเจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะเดินแจกก่อนเครื่อง Landing ที่สิงคโปร์ แต่หากเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ทางบริษัทจะจัดการให้หมดค่ะ
การกรอกจะต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด หากช่องใดมีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เป็นตาราง จะต้องกรอกอักษรละ 1 ช่องเท่านั้น เพื่อความชัดเจน แต่ละช่องจะมีความหมายดังนี้
การเดินทางในสิงคโปร์
การเดินทางจากสนามบินสิงคโปร์เข้าตัวเมืองนั้นมีหลายวิธี ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมได้ที่นี่ค่ะ
รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ในสิงคโปร์
แบ่งเป็น 3 สายดังต่อไปนี้
1. สายสีแดง (North South :: NS) เริ่มจากสถานี Jorong Eest ไปสุดสถานีที่ Marina Bay ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเช่น สวนสัตว์สิงค์โปร์, ถนน Orchard เป็นต้น
2. สายสีเขียว (East West :: EW) เริ่มจากสถานี Changi Airport ไปสุดทางที่ Boon Lay โดยสายนี้มีสองPlatform นะ อันแรกเริ่มจาก Outram Park ไปยัง Boon Lay และอันที่สองเริ่มจาก Outram Park ไปยัง Changi Airportสายนี้จะผ่านสถานที่สำคัญเช่น ส่วนนกจูร่ง และ Merlion
3. สายสีม่วง (North Eest :: NE) สายนี้เริ่มจาก Punggol ไปสิ้นสุดที่ Harbourfront สายนี้จะผ่านที่สำคัญๆ หลายที่เช่น เกาะ Sentosa, Chinatown, Clarke Quay, Little India เป็นต้น
หากใครที่อยากนั่งรถชมวิวที่สิงคโปร์ของแนะนำรถบัสสาย 80 ค่ะ เพราะวิ่งผ่านแทบทุกที่ยกเว้นถนน Orchard เป็นรถบัสสองชั้นคล้ายกับรถทัวร์บ้านเราค่ะ
การขึ้นรถไฟฟ้าและรถบัสที่นี่สามารถใช้บัตร EZ link สะดวกสบายมาก มูลค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 15 เหรียญ บัตรนี้จะเป็นบัตรคล้ายบัตร Smart Card ที่ 7-11 บ้านเราค่ะ แต่ต้องเติมเงินเมื่อเงินในบัตรเหลือต่ำกว่า 5 เหรียญ โดยสามารถเติมได้ที่ตู้เติมเงินอัตโนมัติตามสถานี MRT ทุกที่ ขอบอกว่าใช้บัตรนี้แล้วทำให้สะดวกสบายมาก ไม่ต้องมานั่งนับเหรียญให้ปวดหัวเลยค่ะ
เมื่อเตรียมตัวกันพอสมควรแล้วก็ขอให้มีความสุขกับการเดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์นะคะ..
|