Bookmark and Share Add to Favorites
เมนูหลัก




images by free.in.th
เพิ่มเพื่อน



Holiday Group
  Leelawadee Holiday
  Image Holiday
  Image Corporation
ข้อมูลอื่นๆ
  พยากรณ์ซากุระปี 2014
  เช็คสภาพอากาศทั่วโลก

ทัวร์ต่างประเทศ ท่องเที่ยวต่างประเทศ : หนังสือเดินทาง ( Passport )

                             ทัวร์ต่างประเทศ ท่องเที่ยวต่างประเทศ : หนังสือเดินทาง ( Passport )

 

หมวด ทัวร์ต่างประเทศ ท่องเที่ยวต่างประเทศ

 

 

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) คืออะไร?

คือ หนังสือเดินทางที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค (Technical Specifications) ตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือเดินทางแบบเดิม ดังนี้

 

มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (biometric data) ได้แก่ ลายนิ้วมือ รูปใบหน้า ไว้ใน Contactless Integrated Circuit ซึ่งฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทางสามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง Automatic Gate ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยมีการตรวจพิสูจน์โดยอัตโนมัติเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในหนังสือเดินทางกับผู้ถือหนังสือเดินทาง (1: 1)

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าหนังสือเดินทางแบบเดิมอย่างไร

 

1. สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้สูง เป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ

2. สามารถตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลได้แม่นยำและรวดเร็ว อำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง การเข้าเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยว

3. เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้หนังสือเดินทางไทยมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากลยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องทางบวกด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ

หลักฐานการขอมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลทั่วไป

บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก

 

 

 

การยื่นคำร้อง

 

การยื่นคำร้อง ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (ถ่ายภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. รับบัตรคิว

2. พบเจ้าหน้าที่เพื่อวัดส่วนสูงเก็บข้อมูลชีวภาพ ถ่ายรูปและเก็บลายพิมพ์นิ้วมือด้วยเครื่องสแกนเนอร์ นิ้วชี้ขวาและซ้ายข้างละ 2 ครั้ง

3. ลงชื่อในใบคำร้อง

4. ชำระเงินค่าธรรมเนียม

5. รับใบเสร็จรับเงินและใบนัดจ่ายเล่ม

 

ค่าธรรมเนียม

กระทรวงการต่างประเทศยังคงคิดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่าหนังสือเดินทางที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ราคาเล่มละ 1,000 บาทและมีอายุใช้งาน 5 ปี เช่นเดียวกับหนังสือเดินทางปัจจุบันแต่ได้เพิ่มหน้าจากเดิม 32 หน้าเป็น 50 หน้า

การต่ออายุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์

เพื่อให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุด จึงกำหนดให้หนังสือเดินทางชนิดนี้มีอายุ ใช้งาน 5 ปี

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีการต่ออายุ แต่จะออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่แทนเล่มเดิม

ไม่อนุญาตให้ลงบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความใด ๆ (เช่นการขอเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล) ของผู้ถือหนังสือเดินทางลงในเล่มหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูลตัวบุคคลที่บันทึกไว้ในหน้าหนังสือเดินทาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วในไมโครชิพ ดังนั้นหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้วต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่

การเพิ่มหน้าประทับตรวจลงตรา(visa) ในเล่มหนังสือเดินทาง

ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้า-ออกราชอาณาจักรบ่อยครั้ง ทำให้หน้าวีซ่าหมดก่อนอายุของหนังสือเดินทาง ซึ่งในระบบเดิมสามารถเพิ่มหน้าวีซ่าได้ สำหรับหนังสือเดินทางระบบใหม่ ผู้ถือหนังสือเดินทางฯ ไม่สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มหน้าได้ ทั้งนี้ เนื่องจาก

1. สถานทูตสถานกงสุลของต่างประเทศหลายแห่งปฏิเสธการตรวจลงตราบนใบเพิ่มหน้า เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ได้มาตรฐานสากลและง่ายต่อการปลอมแปลง

2. ใบเพิ่มหน้าก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการค้นหาตราประทับการตรวจลงตรา และเห็นว่า ควรยกเลิกการใช้ใบเพิ่มหน้าเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

3. หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องอ่านด้วยเครื่องอ่าน (reader) หากมีการเพิ่มหน้าในหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ จะทำให้เล่มมีความหนามากกว่าช่องวางหนังสือเดินทางที่ติดตั้ง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในต่างประเทศ การไม่สามารถวางหนังสือเดินทางบนเครื่องอ่าน จะทำให้การอ่านข้อมูลในไมโครชิพมีปัญหาจะทำให้ผู้ถือจะไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าเมือง

 

ระยะเวลาเริ่มใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์

กำหนดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

ระยะแรก (26 พฤษภาคม 2548) เปิดให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภททูตและราชการ ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ

1 มิถุนายน 2548 เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โครงการนำร่องสำหรับประชาชนวันละประมาณ 100 เล่ม ที่กรมการกงสุล อาคารถนนแจ้งวัฒนะ เพียงแห่งเดียว โดยประชาชนสามารถยื่นคำขอหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไปจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุ

ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่ง ทั้งที่กรมการกงสุล สำนักงานสาขาทั้งในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า บางนา) ต่างจังหวัด (ขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่) และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศทั้ง 86 แห่ง ทั่วโลก

การรับเล่ม

1. ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการภายหลังจากวันยื่นคำร้อง

2. โดยที่กระทรวงฯได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลองเพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้ 1 เครื่อง ที่กรมการกงสุล ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคย กับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ

3. ในกรณีจำเป็น อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน/อาจร้องขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ

ขั้นตอนการยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่

- ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เพื่อบันทึกข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ รูปใบหน้าและลายนิ้วมือ

ในไมโครชิพซึ่งฝังไว้ในเล่มหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีขั้นตอนการยื่นคำร้อง ดังนี้

 

1. รับบัตรคิว

2. ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก(หากไม่มีเลข 13 หลัก ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง) พร้อมเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่จำเป็น อาทิ หากเปลี่ยนชื่อสกุล ต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส ฯลฯ มาแสดง เพื่อตรวจสอบข้อมูล (เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

o บันทึกข้อมูลชีวภาพ (วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ซ้ายและนิ้วชี้ขวาด้วยเครื่องสแกนเนอร์ และถ่ายรูปใบหน้า )

o แจ้งความประสงค์ขอรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วน ลงทะเบียน (EMS) เสียค่าธรรมเนียมเพียง 35 บาท ให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากต้องการรับเล่มทางไปรษณีย์ ซึ่งเป็นบริการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ร้องโดยผู้ร้องไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมารับเล่มด้วยตนเอง

o ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท รับใบเสร็จรับเงิน และรับใบนัดรับเล่ม พร้อมชำระค่าธรรมเนียมไปรษณีย์ด่วน ลงทะเบียน 35 บาท หากได้แจ้งความประสงค์จะรับเล่มทางไปรษณีย์

 

ท่านจะได้รับหนังสือเดินทาง ดังนี้

หากยื่นที่กรมการกงสุล ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ

หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา) ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ

กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ผู้ร้อง (ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ

คำแนะนำ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติจำลองที่กรมการกงสุล 1 เครื่อง เพื่อให้ผู้ร้องทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอีเล็กทรอนิกส์ จึงใคร่ขอแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มารับเล่มด้วยตนเองทดสอบการใช้งาน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ

ในกรณีจำเป็น ไม่สามารถมารับเล่มด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนหรือแจ้งความประสงค์ขอรับเล่มทางไปรษณีย์ด่วน ลงทะเบียน (EMS)

แนวทางปฏิบัติ การรับเล่มหนังสือเดินทาง

1. กรณีต้องนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม เอกสารที่ตำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ (พร้อมสำเนา)

2. นำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมายกเลิก เพื่อรับหนังสือเดินทางฉบับใหม่

3. หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับหนังสือเดินทางแทน ให้กรอกข้อความการมอบอำนาจใน ใบรับหนังสือเดินทาง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอหนังสือเดินทางและของผู้รับแทน

*** เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาอ่านวิธีการรับหนังสือเดินทางใน ใบรับหนังสือเดินทาง

 

บุคคลบรรลุนิติภาวะ

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลบรรลุนิติภาวะ

บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรข้าราชการ หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง (ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย)

หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย ทั้งนี้ เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น

ค่าธรรมเนียม

การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี

 

ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี

ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องนำสูติบัตรฉบับจริงมาแสดง หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจาก อำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น พร้อมบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครอง หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาและ/หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริงมาแสดง ทั้งนี้หนังสือมอบอำนาจและหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขตออกให้

 

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี

สูติบัตรฉบับจริง หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากอำเภอ/เขตหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น

บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งานของบิดา มารดา หรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย หากชื่อ นามสกุลของบิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับชื่อ นามสกุลของบิดา มารดาในบัตรประจำตัวประชาชน ให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุลที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย

ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่ และใช้นามสกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการจดทะเบียนสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย

ในกรณีที่บิดา/มารดาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในการยื่นคำร้อง ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตและอำเภอออกให้ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา มารดาที่ไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่

เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ) อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรอง บุตรหรือรับบุตรบุญธรรม บันทึกการหย่า ซึ่งมีข้อความระบุให้บุตรอยู่ในความดูแลของบิดา หรือมารดา เป็นต้น

กรณีบิดา/มารดาผู้เยาว์เสียชีวิต บิดาหรือมารดาผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติมิได้จดทะเบียนสมรส และไม่สามารถตามหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้ หรือกรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอด และไม่สามารถตามหามารดามาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ให้นำคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)ของผู้มีอำนาจปกครองมาแสดง

ค่าธรรมเนียม

การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์

 

ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปี บริบูรณ์

ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ที่ทำบัตรประชาชนแล้วสามารถติดต่อขอทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง โดยต้องมีหนังสือยินยอมของบิดาและมารดา หรือ ผู้มีอำนาจปกครองที่ยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง หากไม่มีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง ให้บิดาและมารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำร้อง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) หากบิดามารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาลงนามในวันยื่นคำร้อง ให้มาลงนามในวันรับเล่ม หากในวันรับเล่มไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาแสดง

          โปรดทราบ เพื่อความสะดวกในวันรับเล่ม บิดามารดาหรือผู้ปกครองควรมาลงนามในวันยื่นคำร้อง เพราะการมาลงนามในวันรับเล่ม นอกจากท่านจะไม่สามารถขอรับเล่มทางไปรษณีย์แล้ว ท่านจะต้องเสียเวลารอการบันทึกเอกสารลงในระบบอีกด้วย

 

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์

บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน(ฉบับจริง) หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวง มหาดไทย

หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องจากเขตหรืออำเภอ) อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรมใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้าน คำสั่งศาลกรณีระบุผู้มีอำนาจปกครองแทนบิดามารดา เป็นต้น

 

ค่าธรรมเนียม

การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

 

ความหมายของผู้มีอำนาจปกครอง

กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรส บิดาและมารดาต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในคำร้องขอหนังสือเดินทาง หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง ให้มาลงนามในวันรับเล่มได้ หรือมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่เขตหรืออำเภอออกให้มาแสดง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดามารดาที่มีอายุใช้งาน

กรณีที่ผู้มีอำนาจปกครองอยู่ต่างประเทศ ให้ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ ผ่านสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนักอยู่

หากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ปกครองไม่สามารถมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองและประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ โดยหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ต้องผ่านการรับรองจาก เขต/อำเภอ หรือ สถานทูต/สถานกงสุล

กรณีบิดามารดาจดทะเบียนหย่า ให้ผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ตามที่ระบุในบันทึกการหย่าเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่า(ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาสามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้นำบันทึกคำให้การ(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขตยืนยันว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรส มาแสดงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุใช้งานที่ระบุคำนำหน้าเป็น “นางสาว” ต่อเจ้าหน้าที่รับคำร้อง

ผู้เยาว์ที่เกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ใช้คำนำหน้า “นาง” สามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้นำหนังสือรับรองการอุปการะบุตรแต่เพียงผู้เดียว(ป.ค.14)จากอำเภอ/เขต มาแสดง

ผู้เยาว์ที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอม บิดาไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่ว่ามีคำสั่งศาลมาแสดงว่าศาลให้บิดาเป็นผู้อุปการะผู้เยาว์แต่ผู้เดียว ทั้งนี้ คำสั่งศาลต้องเป็นเอกสารที่ศาลได้รับรองสำเนาถูกต้อง

บิดามารดายกผู้เยาว์ให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น ไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ แทนบิดามารดาบุญธรรม ต้องให้บิดา มารดาบุญธรรมเป็นผู้ลงนาม

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวเท่านั้น

ข้อควรปฏิบัติในวันมายื่นคำร้อง

 

กรณีผู้เยาว์ บิดาและมารดา ทั้งสองฝ่าย หรือผู้มีอำนาจปกครองต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาลงนามในวันที่ผู้เยาว์ยื่นคำร้อง แม้จะได้รับการอนุโลมให้มาลงนามในวันรับเล่มแต่ก็จะไม่ได้รับความสะดวกในวันรับเล่ม เพราะต้องเสียเวลารอการบันทึกข้อมูลเอกสารในระบบและไม่สามารถใช้บริการรับเล่มทางไปรษณีย์ ดังนั้น จึงควรมายื่นคำร้องในวันที่บิดาและมารดา ทั้งสองฝ่ายพร้อมและสามารถมาลงนามได้หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ ต้องเป็นเอกสารที่อำเภอ/เขต หรือเขตออกให้บัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับและยังมีอายุใช้งานเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมฯลฯ ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับ หากเป็นสำเนาต้องผ่านการรับรองจากเขต/อำเภอ หรือหน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น

ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน หากนำเอกสารมาแสดงในวันยื่นคำร้องไม่ครบถ้วน แม้จะได้รับการอนุโลมให้นำมาแสดงเพิ่มเติมในวันรับเล่ม แต่จะทำให้การรับเล่มล่าช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการบันทึกข้อมูลเอกสารที่นำมาแสดงเพิ่มเติมลงในระบบให้ครบถ้วน

หนังสือเดินทางพระ

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางพระภิกษุสามเณร

เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม ว่า ด้วยวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (หนังสืออนุมัติจาก ศ.ต.ภ.)

ใบสุทธิพระภิกษุสามเณร

สำเนาทะเบียนบ้าน/วัด

สำเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง

 

ค่าธรรมเนียม

การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

 

หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์

 

หนังสือรับรองจากสำนักจุฬาราชมนตรีหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองการไปประกอบพิธีฮัจญ์

บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย

ถ้าผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์เป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ยึดระเบียบการทำหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี แล้วแต่กรณี

ค่าธรรมเนียม

การทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ มีค่าธรรมเนียม 400 บาท และหนังสือเดินทางมี อายุ 2 ปี

สถานที่ในการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง

 

กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล

- ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

- โทรศัพท์ 0-2981-7171

 

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา

- ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็ลทรัลซิตี้ บางนา บริเวณลานจอดรถ ชั้น P9

- โทรศัพท์ 0-2361-0888 (ต่อ 3591) , 0-2383-8400 (ต่อ 3591), 0-2383-8402-3 (งานต่ออายุ)

โทรสาร 0-2383-8398

 

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า

- ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 8 ถนนบรมราชชนนี

- โทรศัพท์ 0-2884-8829 , 0-2884-8830 โทรสาร 0-2884-8823

 

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดขอนแก่น

- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ จังหวัดขอนแก่น

- โทรศัพท์ 0-4324-2707 โทรสาร 0-4324--3441

 

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดเชียงใหม่

- ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

- โทรศัพท์ 0-5389-1535-6 โทรสาร 0-5389-1534

 

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสงขลา

- ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังเก่า) ชั้น 1 ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.สงขลา 9000

- โทรศัพท์ 074-326510, 074-326511 โทรสาร 074-326506

 

เวลาทำการ : กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล 8.00 น. ถึง 15.30 น.

 

สำนักงานชั่วคราวที่อื่น 8.30 น. ถึง 15.30 น.

 

ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือเดินทางเป็นเอกสารอันมีค่าไม่ควรให้ตกไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่มิได้รับมอบหมาย บุคคลสัญชาติไทยถือหนังสือเดินทางได้ฉบับเดียว เมื่อหนังสือเดินทางมีอายุน้อยกว่า 6 เดือน (ใช้เดินทางไม่ได้) สามารถนำมาขอต่ออายุได้อีก 5 ปี หรือหากต้องการหนังสือเดินทางฉบับใหม่จะต้องนำฉบับเดิมมายกเลิกก่อน หากหนังสือเดินทางสูญหายผู้ถือจะต้องแจ้งกองหนังสือเดินทาง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น หรือสถานทูตสถานกงสุลไทยทราบทันที

 

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.mfa.go.th